Archive for the ‘ความรู้ทั่วไป’ Category

นอกจากการบริหารแบบคาร์ดิโอ เพื่อเพิ่มการเผาผลาญแคลอรีและไขมันแล้ว การทำกายบริหารเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของหน้าท้องแบนราบ และก็ใช่แต่ว่าคุณจะต้องทำซิตอัพ หรือครันช์เพื่อบริหารหน้าท้อง ยังมีทางเลือกอื่นที่ช่วยคุณบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องได้เช่นกัน!

Funky Abs : บริหารหน้าท้องและหลังส่วนล่าง

วิธีการ ยืนแยกเท้ากว้างกว่าช่วงสะโพก งอเข่าเล็กน้อย กดไหล่ลง เกร็งหน้าท้องแล้วแอ่นช่วงเชิงกรานมาด้านหน้า จนหลังงอเล็กน้อย จากนั้น กลับสู่ท่าเริ่มแล้วเปลี่ยนมาแอ่นช่วงเชิงกรานไปด้านหลัง ทำเซ็ตละ 15 ครั้ง 2 เซ็ต

Ballerina Twist : บริหารหน้าท้องและลำตัว

วิธีการ นั่งลงบนพื้น ยืดขาออกมาด้านหน้า ต้นขาชิดกัน ปลายนิ้วเท้าชี้ไปด้านหน้า เกร็งหน้าท้องแล้วเอนตัวไปด้านหลัง วางแขนช่วงล่างลงกับพื้น ฝ่ามือวางราบปลายนิ้วชี้ออกนอกตัว เริ่มด้วยการวางแขนซ้าย แล้วยกแขนขวาขึ้นเหนือศีรษะพร้อมกับบิดลำตัวไปทางซ้าย แล้วกลับสู่ท่าเริ่มต้น จากนั้น เปลี่ยนแขนแล้วบิดตัวไปด้านขวาบ้าง ทำสลับกัน 20 ครั้งเป็นหนึ่งเซ็ต ทำ 2 เช็ต

Twist and Drop : บริหาร แขน หน้าท้อง ลำตัว และขา

วิธีการ ยืนกางเท้ากว้างกว่าช่วงไหลเล็กน้อย ย่อตัวจากช่วงสะโพก แล้ววางมือทั้งสองข้างลงบนพื้นด้านหน้าเท้าห่างออกไปราวหนึ่งฟุต ก้มศีรษะลงเกร็งหน้าท้องเอาไว้ ยกเท้าซ้ายขึ้นแล้ววาดเท้ามาด้านหน้าเท้าขวา พร้อมกับงอเข่าขวาลง และลดสะโพกลงหาพื้น พยายามให้ขาซ้ายเหยียดตรงเอาไว้ จากนั้น กลับสู่ท่าเริ่มต้น แล้วเปลี่ยนมาทำแบบเดียวกันกับขาอีกข้างหนึ่ง ทำสลับกันจนครบ 12 ครั้ง ถือเป็นหนึ่งเซ็ต ทำซ้ำ 2 เซ็ต

วารสารทางการแพทย์ บอกว่าเมื่อตื่นนอนตอนเช้า ความเข้มของโลหิตยังสูงและมีผลต่อระบบ ความดันโลหิตในร่างกาย แพทย์แนะนำว่าทันทีที่ตื่นนอนให้ดื่มน้ำทันทีหนึ่งแก้ว เพื่อลดความเข้มของโลหิต พวกเราลองดูละกัน อีกอย่างที่พบมาก็คือ ท่านพุทธทาสก็ทำแบบนี้เหมือนกัน

เมื่อเร็วๆ นี้ มีคนมากมายส่งเสริมวิธีดื่มน้ำ เพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพสมบูรณ์ นี่เป็นแบบนิยมอันดีงามอย่างหนึ่ง ชีวิตที่ดำรงอยู่ได้นอกจากอากาศที่บริสุทธิ์ก็คือน้ำ 

น้ำหนักตัวของคนเรา 2 ใน 3 ส่วนเป็นน้ำจึงมีคนว่าคนประกอบด้วยน้ำ  อันที่จริงน้ำสามารถปรับอุณหภูมิในร่างกายของคนได้ สามารถทำให้ไตทำงานเป็นปกติขับถ่ายสิ่งโสโครกให้ออกจากร่างกายได้

นายแพทย์แนะนำบ่อยๆ ว่าดื่มน้ำให้มากทุกๆ วัน วิธีดื่มน้ำรักษาโรคต่างๆ ตามที่ได้ทดสอบมาแล้วได้ผลดี ตื่นเช้าลุกขึ้น ไม่ล้างหน้า ไม่บ้วนปาก แล้วดื่มน้ำสุก 5 แก้ว (ขวดวิสกี้บรรจุได้ 3 แก้ว) หรือน้ำหนักของน้ำ 1.26 ก.ก.เท่ากับ 5 แก้วรวดเดียว จะรู้สึกหายใจเหนื่อยอึดอัดไปหน่อย หลังจากนั้นจะปัสสาวะบ่อยๆ การปฏิบัติยากลำบากเช่นนี้ หากผู้ที่ไม่มีความเชื่อมั่นอาจจะเลิกเสียกลางคัน ผู้ที่ใช้สมองทั้งวันทั้งคืนในธุรกิจการค้า หาเวลาว่างไปออกกำลังมิได้ทุกเช้าควรปฏิบัติดื่มน้ำรักษาโรคแทนการออกกำลังกาย เชื่อมั่นได้ว่าจะต้องปราศจากโรค ชีวิตยั่งยืนอย่างไม่ต้องสงสัย

ในระยะนี้มีผู้ใจบุญพิมพ์คำอธิบายวิธีดื่มน้ำรักษาโรคต่างๆ ส่งไปให้เพื่อนฝูง เพื่อนที่ได้รับรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งการที่ช่วยซึ่งกันและกันแบบนี้ ควรจะเผยแพร่ให้มากขึ้น ผู้เขียนยินดีให้ ”วิธีดื่มน้ำรักษาโรคของจีนนี้เปิดเผยให้ผู้อ่านได้มีโอกาสค้นคว้าและทดลอง” ได้เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ แต่ความเป็นจริงได้ผลอย่างนี้แน่นอนเนื่องจากทำให้ลำไส้ให¬ญ่ผลิตโลหิตใหม่มากขึ้น ซึ่งโลหิตใหม่นี้ผลิตขึ้นจากฝอยคล้ายสักหลาดที่อยู่ในลำไส้ให¬ญ่ซึ่งทำหน้าที่ดูดธาตุอาหารต่างๆ ผลิตให้เป็นเม็ดโลหิต เนื่องจากลำไส้เคลื่อนไหวไม่เต็มที่ เป็นเหตุให้โลหิตจางมีอาการรู้สึกเพลียและเป็นโรค เป็นการรักษายาก ลำไส้ของใหญ่¬่ยาว 8 เมตร ทำหน้าที่ดูดธาตุต่างๆ จากอาหาร ถ้าลำไส้สะอาดอาหารที่ได้รับประทานเข้าไปผ่านการย่อยแล้วดูดไปผลิตให้เป็นโลหิตใหม่เป็นการเร่งให้เกิดพลังงานในร่างกายให้สมบูรณ์ขึ้น โรคต่างๆ จะหายไปเองอายุก็ยั่งยืน มหาวิทยาลัยตามมณฑลต่างๆ ในประเทศจีนได้ผ่านการทดลองและประกาศเปิดเผยให้ทราบโดยทั่วกัน

วิธีดื่มน้ำรักษาโรคสามารถรักษาโรคดังต่อไปนี้ คือ ท้องผูก ปวดหัว เวียนศีรษะ โลหิตจาง โรคประสาท ความดันโลหิตสูง อัมพาตทั้งกาย เป็นลม ปากเบี้ยว โรคปวดตามข้อ โรคอ้วนพี ปวดในกระดูกเส้นเอ็น ปวดเมื่อย หูอื้อ ใจเต้น มือเท้าอ่อนเพลีย โรคไอ โรคหืด หอบ หลอดลมอักเสบ วัณโรค เยื่อสมองอักเสบ โรคตับ โรคไต เป็นนิ่ว กรดเปรี้ยวในกระเพาะอาหารมากเกินไป กระเพาะอืด กระเพาะอาหารเป็นแผลเน่าเรื้อรัง โรคบิด โรคริดสีดวงทวาร โรคเบาหวาน สายตาอ่อน โรคตาต่างๆ ตาออกเลือด สตรีประจำเดือนไม่ปกติ ระดูขาว มะเร็งในมดลูก มะเร็งเต้านม จมูกอักเสบ เจ็บคอ และโรคผิวหนังต่างๆ

ต่อไปนี้เป็นคำบอกเล่าของผู้ที่ได้ผ่านการทดลองดื่มมาแล้ว
1. ผู้เขียนได้พบกับผู้ชราที่มีสุขภาพอย่างสมบูรณ์ ได้ทักทายกับท่าน ถามท่านว่าเคยเจ็บไข้หรือเปล่า ท่านตอบว่าหลายสิบปีมาแล้วไม่เคยเจ็บไข้มาเลย ท่านกล่าวว่าตอนที่อายุ 20ปี กระเพาะอาหารเป็นแผลเน่าเรื้อรังนอนอยู่กับที่นานถึง 10 ปี ได้ผ่านการตรวจจากนายแพทย์ 5 ท่าน รักษาฉีดยา รับประทานยา ไม่ได้ผล ต่อมามีนายแพทย์ท่านหนึ่งได้แนะนำว่าคุณควรทดลองดื่มน้ำสุกอย่างนี้ ตื่นแต่เช้าหน้าไม่ล้าง ปากไม่บ้วน ดื่มน้ำสุก 5 แก้วทุกๆ วัน อย่าให้ขาดตอน และห้ามไม่ให้รับประทานอาหารก่อนเข้านอน นายแพทย์สั่งเสร็จก็กลับไปโดยไม่ให้ยาไปกิน วันรุ่งขึ้นผมก็ทำตามนายแพทย์สั่ง ดื่มน้ำ 5 แก้วรวดเดียว ในหนึ่งชั่วโมงปัสสาวะ 3 ครั้ง หลังจากนั้นก็รับประทานข้าวต้ม รู้สึกรสชาติของข้าวต้มอร่อยกว่าที่แล้วๆ มาวันที่สองดื่มน้ำ 5 แก้วอีกถ่ายอุจจาระออกมามีเลือดดำปนอยู่มากต่อจากนั้นสามเดือนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอีก 10 ก.ก. เวลานี้ผมอายุ 64 ปีแล้ว นับแต่ได้ปฏิบัติดื่มน้ำมายังไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยเลย แม้แต่หวัดก็ไม่เคยเป็น

2 เมื่อผมยังเป็นเด็กเคยเป็นเยื่อสมองอักเสบ นายแพทย์สั่งให้ดื่มน้ำ 5 แก้วทุกวัน ไม่นานเยื่อสมองที่อักเสบก็หายไปเอง ภรรยาผมเมื่อ 10 ปีก่อนเป็นโรคหัวใจและเป็นโรคอ้วนเกินไป ร่างกายสูงไม่เกิน 5 ฟุต น้ำหนักตัว 120 ก.ก. พอดื่มน้ำได้ 15 วัน โรคหัวใจ  โรคประสาท โรคเข็ดเมื่อยก็ค่อยๆ ดีขึ้น ดื่มน้ำได้สองเดือนน้ำหนักตัวลดลงไป 16 ก.ก. เมื่อก่อนเราต้องใช้ยาประจำ นวดไฟฟ้า และรักษาด้วยวิธีเข็มแทงแบบหมอจีนก็ไม่หาย แต่เวลานี้หายไปหมดแล้วจากการดื่มน้ำ

3. อาจารย์ในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นเคยแถลงการณ์ร่วมสองครั้ง เกี่ยวกับฝอยคล้ายสักหลาดในลำไส้ผลิตโลหิตขึ้น จนเดี๋ยวนี้ไม่เห็นมีใครโต้แย้งเลย ไม่ว่าโลหิตจะมาจากไหน แต่ธาตุต่างๆ จะต้องมาจากอาหารอย่างแน่นอน เมื่ออาหารลงไปถึงกระเพาะแล้วผ่านการย่อยลงไปสู่ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก ธาตุส่วนมากกลายเป็นของเหลว เมื่อลำไส้ยาว 8 เมตร ดูดธาตุต่างๆ เสร็จก็จะส่งไปสู่ลำไส้ออกของที่ทวารหนักซึ่งเป็นของที่ไม่มีประโยชน์สำหรับร่างกาย

4. กระเพาะเป็นแผลเน่า ดื่มน้ำ 1 สัปดาห์ก็เห็นผล โรคความดันโลหิตสูง ดื่มน้ำ 1 เดือนเริ่มเห็นผล กระเพาะบิด 3 เดือนเริ่มเห็นผล ท้องผูก 3 วันก็เห็นผล ท้องเป็นบิดกับปัสสาวะกลางคืนบ่อยๆ ดื่มน้ำ 1 สัปดาห์ก็เห็นผล เข็ดเมื่อยตามข้อ 3 เดือนเห็นผล ผู้สูงอายุเข็ดเมื่อยทั้งร่างกาย ดื่มน้ำ 2 เดือน เห็นผล โดยเฉพาะผู้ที่โลหิตคั่งอยู่ในสมอง เกิดเป็นลมขึ้นเป็นมายังไม่เกิน 3 เดือน ดื่มน้ำเพียงสัปดาห์เดียวก็หายเหมือนเดิม รับรองไม่พิการหรือเป็นอัมพาต

ผู้ที่ดื่มน้ำควรทราบ ดื่มน้ำสุกดีที่สุด หากดื่มน้ำประปา ควรจะใส่ขวดไว้แรมคืนให้ตกตะกอนเสียก่อนเพื่อป้องกันท้องร่วง เวลารับประทานอาหารดื่มน้ำได้ตามปกติ แต่หลังอาหารสองชั่วโมงไม่ควรดื่มอีก ก่อนเข้านอนไม่ควรรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้ามรับประทานน้ำส้มคั้น และจำพวกแอปเปิ้ล ผู้ที่มีโรคประจำตัวดื่มน้ำทีเดียว 5 แก้วไม่ใช่ของง่าย ดื่มน้ำเสร็จทางที่ดีใช้หรือออกกำลังสัก 20นาที คนไข้ที่นอนอยู่บนเตียงไม่สามารถลุกขึ้นได้ ดื่มน้ำเสร็จให้สูดอากาศเข้าปอดให้มากๆ และนวดที่บริเวณที่สะเอวให้น้ำไหลลงสู่ลำไส้ให้สะอาด ดื่มน้ำวันแรกภายใน 1 ชั่วโมง จะปัสสาวะ 3 ครั้งติดๆ กัน แต่ต่อไป 3 – 4 วัน การถ่ายท้องจะเป็นปกติภายใน 7 – 8 วัน การปัสสาวะเป็นเพียงครั้งเดียว นับแค่นั้นไปจะรู้สึกร่างกายสบาย เวลารับประทานอาหารจะรู้สึกอร่อยเป็นพิเศษ นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่ากระเพาะลำไส้ได้ถูกชำระสะอาดแล้ว ผู้ที่หมดหวังแล้วจะรอดตายด้วยวิธีดื่มน้ำรักษาโรคต่างๆ นี้ จึงเขียนมาให้ทราบโดยทั่วกัน ขอให้ทุกท่านจงปราศจากการไข้และป่วยต่างๆ

โดย ปกติสุขภาพสตรีจะไม่รู้สึกถึงตำแหน่งของมดลูก แต่หากคุณรู้สึกถึงตำแหน่งของมดลูก แสดงว่ามีความผิดปกติบางอย่างกำลังเกิดขึ้นกับมดลูกของคุณ เช่นเดียวกับผู้ป่วยที่เผชิญภาวะมดลูกหย่อน พวกเธอไม่เพียงรู้สึกได้ถึงตำแหน่งของมดลูก แต่ยังมีความรู้สึกหน่วงผิดปกติที่ยากจะบรรยาย ส่งผลให้ทั่วทั้งร่างกายรู้สึกไม่สบาย

คุณศิริญญา อายุ 30 ต้นๆ เป็นผู้จัดการร้ายขายเสื้อผ้าแบรนด์เนมแห่งหนึ่ง อาชีพการงานทำให้เธอต้องยืนเกือบทั้งวัน จะได้นั่งพักก็เฉพาะตอนนั่งรถกลับบ้านเท่านั้น อาชีพที่ต้องยืนตลอดเวลาแบบนี้เดิมทีไม่ได้มีอะไรน่ากังวลแต่หลังจากที่คุณศิริญญาคลอดบุตรไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาสถานการณ์ก็เปลี่ยนไป

ทำงานหลังคลอดแสนทรมาน…

แต่ เดิมหลังจากที่คุณศิริญญาทำงานทั้งวันขอเพียงได้นั่งพักในรถสักครึ่งชั่วโมง ก็หายเหนื่อย เมื่อถึงบ้านยังมีแรงเข้าครัวทำกับข้าวอีกต่างหากทว่าหลังจากพักฟื้นอยู่ไฟ หลังคลอด 1 เดือนแล้วกลับบ้านทำงาน คราวนี้กลับเป็นคนละเรื่องเดียวกันนอกจากแข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง อยากแต่จะนั่งทั้งวันแล้ว ยังมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อเป็นประจำและมีแก๊สในกระเพาะ

“ฉัน ยืนได้แค่แป๊ปเดียวรู้สึกปวดหลังมากเท้าทั้งสองข้างชา ทานอะไรได้นิดหน่อยก็รู้สึกเหมือนท้องน้อยมีอะไรถ่วงอยู่ แถมยังมีลมออกจากช่องคลอดเป็นประจำพอเลิกงาน ทั้งร่างกายตั้งแต่เอวถึงไหล่ ท้องน้อยถึงปลายเท้าก็เมื่อยล้าจนไม่รู้ว่าวางท่าไหนถึงจะเหมาะ”

“ไป พบแพทย์ ภายหลังการส่องกล้องพบว่ามีภาวะกระเพาะอาหารหย่อนเล็กน้อย ส่วนที่ท้องน้อยถ่วงๆ นั้นเกิดจากมดลูกหย่อนซึ่งไม่มีทางที่จะทำให้กลับเข้าที่เดิม ทางเดียวที่สามารถทำได้คือพักผ่อนให้เพียงพอ หรือถ้าอาการหนักขึ้นอาจต้องพิจารณารับการผ่าตัดเพื่อให้มดลูกกลับเข้าที่ เดิม”

พลังม้ามพร่อง…อวัยวะภายในหย่อน

คุณ ศิริญญาลังเลอยู่พอสมควรกับเรื่องการผ่าตัด เพราะเกรงว่าจะไปซ้ำเติมให้ร่างกายที่เหนื่อยล้าอยู่แล้วบอบช้ำมากยิ่งขึ้น อีกอย่างก็ไม่รู้ว่าร่างกายจะฟื้นได้เมื่อใดซึ่งจะไปกระทบกับการทำงานเธอจึง หันมาปรึกษาแพทย์จีน ซึ่งก็ได้วินิจฉัยว่าร่างกายเธออ่อนแอมาก เลือดและพลังชี่ในร่างกายไม่เพียงพอโดยเฉพาะพลังชี่ในร่างกายไม่เพียงพอโดย เฉพาะพลังชี่ของม้ามพร่องลงจึงทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรงและมีภาวะหย่อนของอวัยวะภายในช่องท้อง เช่น มดลูกหย่อน กระเพาะและช่องคลอดหลวม (ทำให้มีลมออกจากช่องคลอด) เป็นต้น

ทำไมพลังชี่ของม้ามพร่องจึงส่งผลให้อวัยวะภายในหย่อนลง…

ตาม ธรรมชาติอวัยวะภายในจะหย่อนลงมาตามแรงโน้มถ่วงอยู่แล้ว แต่ถ้ากล้ามเนื้ออวัยวะภายในอ่อนแอและคลายตัวมากเกินไปจนไม่มีแรงพอที่จะ แบกรับอวัยวะเอาไว้ได้ อวัยวะต่างๆ เช่น กระเพาะอาหาร มดลูก ไต ช่องคลอด เป็นต้น ก็จะมีโอกาสหย่อนลงได้เร็วขึ้น ซึ่งการแพทย์จีนได้จัดให้อยู่ในกลุ่มโรคที่เกิดจากม้ามอ่อนแอ พลังชี่ของม้ามไม่เพียงพอ ทั้งนี้ เนื่องจากม้ามควบคุมการเจริญเติบโตและความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออีกทั้งยัง เป็นอวัยวะสำคัญในระบบทางเดินอาหารส่วนพลังชี่ของม้ามควรไหลเวียนขึ้นสู่ ด้านบน ซึ่งจะมีประโยชน์สำคัญดังนี้

๐ ลำเลียงส่งสารอาหารไปสร้างเป็นเลือดและพลังชี่ที่หัวใจและปอด เพื่อไปหล่อเลี้ยงร่างกาย เนื่องจากหัวใจและปอดเป็นอวัยวะที่มีตำแหน่งอยู่เหนือกว่าม้าม พลังชี่ของม้ามจึงต้องไหลเวียนขึ้นสู่ด้านบนม้ามจะไม่สามารถส่งสารอาหารไป สร้างเป็นเลือดและพลังชี่ ส่งผลให้เกิดอาการอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรงท้องอืดท้องเฟ้อ ท้องเดิน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ผ่ายผอมหรืออ้วนฉุ เลือดและพลังชี่ในร่างกายไม่เพียงพอ

๐ ช่วยให้อวัยวะภายในมีตำแหน่งยึดเกาะมั่นคง หากพลังชี่ของม้ามไม่ไหลเวียนขึ้นสู่ด้านบนกลับจมลงด้านล่างก็จะมีอาการท้อง เดินเรื้อรังและทำให้อวัยวะภายในหย่อนลง เช่น กระเพาะอาหารหย่อน มดลูกหย่อน ไตหย่อน ช่องคลอดหลวม (มีลมออกจากช่องคลอด) ทวารหนักยื่นย้อย เป็นต้น

หาก เราวิเคราะห์ตามมุมมองของการแพทย์ปัจจุบัน หน้าที่พลังชี่ของม้ามจะมีบทบาทสำคัญต่อประสิทธิภาพการทำงานของระบบการย่อย และการดูดซึมอาหาร อวัยวะภายในช่องท้องและระบบประสาทซิมพาเตเธติก ส่วนพลังชี่ของม้ามที่จมลงด้านล่างมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับการคลายตัว และความอ่อนแรงของกล้ามเนื้อเรียบ

การแพทย์จีนมีวิธีบำบัดภาวะมดลูกหย่อนอย่างไร…

การ แพทย์แผนจีนนิยมใช้วิธีบำรุงม้าม บำรุงพลังชี่และเลือดในร่างกายเป็นหลักเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย ช่วยให้มดลูกกลับเข้าที่ ขณะเดียวกันก็แนะนำให้ผู้ป่วยต้องดูแลสุขภาพร่างกายตนเองในช่วงเวลาที่ทำการ รักษา ให้ออกกำลังเบาๆ ทุกวันหลีกเลี่ยงการวิ่งหรือเคลื่อนไหวเร็วๆ พักผ่อนให้เพียงพอ งดเครื่องดื่มแช่เย็นและอาหารที่มีฤทธิ์เย็นอย่างเคร่งครัด เช่น หัวไชเท้า ผักกาดเขียวปลี ถั่วเขียว สาหร่าย ดอกแก้วมังกร ผักสลัดน้ำ (Watercress) ผัก ตักโอ๋ แตงโม มะระ ฟัก ผักกาดขาว น้ำนมถั่วเหลือง น้ำมะพร้าว เป็นต้น และหมั่นรับประทานอาหารที่มีฤทธิ์อุ่น เช่น อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ปลา ไข่ นม ผัก (เช่น ใจผักกุยช่าย ขิง สด รากบัว มะเขือเทศ มันฝรั่ง เกาลัด เมล็ดวอลนัท ถั่วลิสง เป็นต้น) รวมทั้งผลไม้ เช่น แอปเปิ้ล ส้ม ส้มโอ องุ่น ผลทับทิม ลูกพีช ลำไย เป็นต้น

อาการ ท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดถ่วงท้องน้อยมีลมออกจากช่องคลอดและอาการผิดปกติอื่นๆ ของคุณศิริญญาจึงค่อยๆ หายไป ส่วนตำแหน่งของมดลูกนั้น เธอก็ได้ลืมเลือนไปนานแล้ว

ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เทคนิคฟันขาว สร้างรอยยิ้มอย่างมั่นใจ

      รศ. ทพ. ดร. ชัยวัฒน์  มณีนุษย์ ผู้ชำนาญการสาขาทันตกรรมหัตการ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “โดยธรรมชาติแล้วฟันมีสีขาวอมเหลือง จะดูขาวมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่น ความหนา องค์ประกอบ และโครงสร้างต่างๆ ของฟัน ซึ่งในฟันแต่ละซี่ประกอบด้วยเคลือบฟัน (enamel) สีขาวใสห่อหุ้มเนื้อฟัน (dentin) ซึ่งมีสีขาวอมเหลืองไว้ โดยมีโพรงฟัน (pulp cavity) ซึ่งมีสีค่อนข้างแดง (เพราะเป็นศูนย์รวมของเส้นเลือดและเส้นประสาท) อยู่ข้างในสุด

“หากสังเกตฟันหน้าของเราให้ดีจะเห็นว่า คอฟันมักมีสีค่อนข้างเข้มเนื่องจากเนื้อฟันหนาและเคลือบฟันบาง ช่วงกลางฟันมีสีค่อนข้างขาวเพราะเคลือบฟันหนา ส่วนปลายฟันสีออกขาวใสเพราะเป็นส่วนของเคลือบฟัน สำหรับฟันที่หนาและใหญ่ เช่น ฟันเขี้ยวและฟันกรามน้อย จะมีสีเข้มกว่าฟันหน้าซี่อื่นเพราะมีเนื้อฟันมากกว่า”

กลไกที่ทำให้ฟันเปลี่ยนสี

ตอนเด็กๆ ฟันของเราค่อนข้างขาว แต่เมื่ออายุมากขึ้นฟันของเราจะมีสีเข็มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากองค์ประกอบในฟันมีการเปลี่ยนแปลง เคลือบฟันจะบางลงเรื่อยๆ และอาจมีรอยร้าว ประกอบกับตัวฟันสร้างเนื้อฟันมากขึ้น สภาพของเนื้อฟันบางส่วนเปลี่ยนแปลงไป เหงือกที่อยู่โดยรอบตัวฟันอาจร่นขึ้น ส่วนของรากฟันซึ่งตามธรรมชาติมีสีค่อนข้างเหลืองจึงโผล่ออกมา

นอกจากนี้ยังมีสีจากภายนอกเช่น คราบบุหรี่ ชา กาแฟ หรือสีของอาหาร เข้ามาติดที่ผิวหน้าฟัน ตามปกติเราขจัดออกได้ด้วยการแปรงฟันหรือให้ทันตแพทย์ใช้เครื่องมือขัดออก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีเม็ดสีส่วนหนึ่งที่มีขนาดเล็กมาก แทรกซึมเข้าไปติดอยู่ในส่วนของเคลือบฟัน เม็ดสีเหล่านี้จะทำให้ฟันมีสีเข้มขึ้น และไม่สามารถขจัดออกได้ด้วยการแปรงฟันหรือการขัดฟัน

สารพันวิธีเพื่อฟันขาว

การขัดฟัน ขูดหินปูน ช่วยขจัดคราบสี คราบอาหาร หรือหินปูนที่ติดบนชั้นเคลือบฟัน และตามซอกเหงือก ซอกฟันออกไป ควรหมั่นพบทันตแพทย์เพื่อขูดหินปูนทุก 6 เดือน

การฟอกสีฟัน เป็นวิธีกำจัดเม็ดสีขนาดเล็กที่ติดอยู่ในชั้นเคลือบฟัน ซึ่งการขูดหินปูนหรือการขัดฟันไม่สามารถขจัดออกไปได้ โดยใช้สารเคมีที่มีส่วนประกอบสำคัญ คือ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (H2O2) ซึ่งจะแตกตัวให้อนูมูลอิสระ เช่น ออกซิเจน ไปทำหน้าที่แตกโมเลกุลของเม็ดสีที่ติอยู่ในชั้นเคลือบฟัน ทำให้มีขนาดเล็กลงและมีสีจางลง หรือกลายเป็นสารที่ไม่มีสีแทน จึงทำให้ฟันขาวขึ้น ตัวยาฟอกสีฟัน เดิมใช้สารละลายไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้นสูง ชุบสำลีวางบนหน้าฟัน แล้วกระตุ้นด้วยความร้อนเพื่อให้ปล่อยสารอนุมูลอิสระออกมาทำลายเม็ดสีทันที แต่มีข้อเสียคือ จะทำอันตรายเหงือกและรากฟันไปด้วย ซึ่งปัจจุบันได้มีการพัฒนามาเป็นเจล ชื่อว่าเจลคาร์บาไมด์ เปอร์ออกไซด์ (Carbomide peroxide) ซึ่งมีความหนืดกว่า นำมาทาเฉพาะบริเวณได้ โดยเจลนี้จะแตกตัว 2 ครั้ง ก่อนทำลายเม็ดสีที่ฟัน จึงปลอดภัยกับเหงือกและรากฟันมากกว่า

วิธีฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์มี 2 วิธีดังนี้

การฟอกสีฟันแบบใช้ถาด

วิธีการ : พิมพ์รูปร่างฟันทั้งปากและทำถาดพลาสติกที่เหมาะกับฟันของผู้ป่วย จากนั้นใส่เจลที่มีความเข้มข้นค่อนข้างต่ำลงไป แล้วครอบฟันไว้ อุณหภูมิในช่องปาก (37 องศาเซลเซียส) จะทำให้เกิดปฏิกิริยาในการฟอกสีฟัน การฟอกแบบนี้มีทั้งแบบที่ใส่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 30 นาที 2-3 ครั้งต่อวัน หรือใส่ก่อนนอนจนถึงเช้า

ระยะเวลา : 7-10 วัน

ข้อดี

เลือกจำนวนซี่ฟันที่ต้องการฟอกได้มากกว่า
ฟอกสีฟันให้ขาวถูกใจได้ตามต้องการ เพราะทำซ้ำได้เองที่บ้าน
ราคาถูก ทำได้ที่โรงพยาบาลรัฐบาล

ข้อเสีย

ใช้เวลานาน
ขั้นตอนค่อนข้างยุ่งยาก

ผลข้างเคียง : ขณะที่ฟอกอาจมีอาการเสียวฟัน ซึ่งจะหายได้เองหลังฟอกเสร็จแล้ว

ค่าใช้จ่าย : โรงพยาบาลรัฐบาล ราคาประมาณ 3,000-4,000 บาท

การฟอกสีฟันโดยใช้แสงร่วมกับเจลความเข้มข้นสูง

วิธีการ : ใช้แสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะเช่น เลเซอร์ หรือแสงสีฟ้าที่มีต้นกำเนิดแสงเป็นพลาสม่าหรือไดโอท ส่งไปให้ตัวรับแสงซึ่งผสมอยู่ในเจลเพื่อกระตุ้นให้เกิดการแตกตัวของสารฟอกสีฟัน การฟอกแบบนี้ใช้สารที่มีความเข้มข้นค่อนข้างสูง จึงต้องระวังเนื้อเยื่อส่วนอื่น เช่นเหงือก กระพุ้งแก้มและริมฝีปาก รวมทั้งต้องระวังแสงที่ใช้ซึ่งอาจทำอันตรายต่อเรติน่าในตาด้วยการปิดเหงือก ปิดตาหรือใส่แว่นกันแสง

ระยะเวลา : 1-2  ชั่วโมง

ข้อดี

- รวดเร็ว
- ไม่ต้องไปทำต่อที่บ้าน

ข้อเสีย

      - สีฟันขาวขึ้นน้อยกว่า เพราะฟอกเพียงครั้งเดียว
- ฟอกเฉพาะฟันหน้าที่ยิ้มแล้วมองเห็น ไม่สามารถฟอกฟันซี่ด้านในได้
- รับบริการได้ที่คลินิกหรือโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น

ผลข้างเคียง : ขณะที่ฟอกอาจมีอาการเสียวฟัน ซึ่งจะหายได้เองหลังฟอกเสร็จแล้ว

ค่าใช้จ่าย : โรงพยาบาลเอกชน /คลินิก ราคาประมาณ 7,000-18,000 บาท

หลังจากฟอกฟันแล้ว ควรรักษาความสะอาดฟันและขูดหินปูนกับทันตแพทย์ทุก 6 เดือน และพึงระลึกไว้เสมอว่า สีของฟันไม่ขาวถาวร เมื่อเวลาผ่านไป ปัจจัยทั้งภายนอกและภายในฟันดังที่กล่าวมาแล้ว อาจทำให้สีฟันเข้มขึ้นได้อีก

ดื่มน้ำ ตอนไหน เวิร์กสุด ๆ GClub

การดื่มน้ำนอกจากจะทําให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสแล้ว ยังทําให้ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทํางานได้ดีอีกด้วย

ใน 1 วัน ควรดื่มเท่าไหร่ ? 

ในทุกๆ วัน ร่างกายจะต้องสูญเสียน้ำผ่านทางการหายใจและการขับถ่าย จึงเป็นสิ่งที่จําเป็นมากที่จะต้องรับน้ำเข้าไปเพื่อทดแทนส่วนที่เสียไป และโดยปกติเราจะเสียน้ำจากการปัสสาวะเฉลี่ยวันละประมาณ 1.5 ลิตร และอีกเกือบถึง 1 ลิตรสำหรับ การหายใจและเหงื่อ ซึ่งถ้าคุณดื่มน้ำให้ได้วันละ 2 ลิตร (ประมาณ 8 แก้ว) ก็จะช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำในส่วนนี้ได้

      แต่สําหรับปริมาณน้ำที่ควรดื่มให้ได้ภายใน 1 วันเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองแล้ว ถ้าเป็นหนุ่มๆ ควรดื่มให้ได้วันละ 3 ลิตร (ประมาณ 13 แก้ว) ส่วนสาวๆ วันละ 2.2 ลิตร (ประมาณ 9 แก้ว)
สําหรับสาว ๆ สปอร์ตี้เกิร์ล จะต้องดื่มน้ำในปริมาณที่เยอะกว่าคนปกติ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของกิจกรรมที่ทําด้วย ถ้าคุณออกกําลังกายในช่วงสั้นๆGClub ก็ควรจะดื่มน้ำเพิ่มเข้าไปครั้งละ 1-2 แก้วหลังจากออกกําลังกายแล้ว แต่ถ้าเป็นช่วงยาวๆ ละก็เพิ่มขึ้นอีกสัก 2-3 แก้วก็ น่าจะเพียงพอแล้ว
       ดื่มตอนไหน เวิร์กสุดๆ
       ตื่นนอนตอนเช้า 1 แก้ว (400 ซี.ซี.) เพราะเป็นช่วงที่มีความเข้มข้นของเลือดสูง เลือดจะมีลักษณะขาดน้ำ
       ตอนสายๆ 2 แก้ว (เวลาประมาณ 9 โมงถึง 10 โมงเช้า) ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีของเสียเกิดขึ้น เพราะร่างกายได้ทํางานไประยะหนึ่งแล้ว ฉะนั้น จึงควรดื่มน้ำเพื่อมาชําระของเสียเหล่านั้นออกไป
       ตอนบ่ายๆ 3 แก้ว (เวลาประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสอง)
       ตอนเย็น 3 แก้ว (เวลาประมาณ 1 ทุ่มถึง 2 ทุ่ม)GClub
       ก่อนนอนให้ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งตกค้างในลําไส้และกระเพาะอาหาร และยิ่งถ้าเป็นน้ำอุ่นด้วยแล้วจะยิ่งช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น

 

คนที่รู้จัก “ใบย่านาง”ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นคนภาคอีสาน หรือชอบกินอาหารอีสานเพราะใบย่านางมักถูกใช้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของแกงหน่อไม้ และซุปหน่อไม้คงมีหลายคนที่ชอบกินแต่คงไม่ทราบว่าน้ำสีออกดำๆเขียวๆที่อยู่ในซุปหน่อไม้หรือแกงหน่อไม้นั้นได้มาจากน้ำของ “ใบย่านาง” นั่นเอง

แม้ว่าสีของน้ำใบย่านางนั้นอาจจะดูไม่ค่อยน่ากินสักเท่าไรแต่น้ำจากใบย่านางนั้นจะช่วยทำให้หน่อไม้ดองมีกลิ่นหอมและมีรสชาติกลมกล่อมเพราะช่วยกำจัดกลิ่นเปรี้ยวและรสขมออกไป ทำให้อาหารจานนั้นแซบนัวหลายๆหรือหากจะนำยอดอ่อนใส่ในแกงต่างๆ ก็เพิ่มความอร่อยได้ด้วยเช่นกัน

นอกจากความเเซบแล้ว ใบย่านางยังมีสรรพคุณในการช่วยถอนพิษแก้ไข้และลดความร้อนในร่างกายได้อีกทั้งยังเป็นพืชที่ให้แคลเซียมและวิตามินซีค่อนข้างสูงและยังให้สารอาหารอื่นๆ เช่น ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินเอ วิตามินบี 1 บี2 และเบต้า-แคโรทีน หากกินทั้งใบก็จะมีเส้นใยมากส่วนรากของใบย่านางช่วยถอนพิษ แก้ไข้ แก้เมารถ เมาเรือแก้โรคหัวใจและแก้ลมได้ด้วย ขอแถมให้อีกนิด หากนำน้ำใบย่านางมาสระผมจะช่วยทำให้ผมดกดำ ชลอผมหงอกได้อีกต่างหาก

ถ้าใครเคยไปเที่ยวที่เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ก็คงจะได้เห็นของกินขึ้นชื่ออย่างหนึ่งที่มีวางขายกันทั่วไปบนเกาะ นั่นก็คือ ”ทอดมันหน่อกะลา” ที่ตอนแรก “108 เคล็ดกิน”คิดว่าคงเป็นทอดมันที่มีส่วนผสมของมะพร้าวหรืออะไรเทือกนั้นแต่เมื่อได้ลองชิมเข้าจริงก็พบว่า เจ้าหน่อกะลาที่ว่านั้นกลับไม่มีรสชาติเหมือนมะพร้าวสักนิด

“หน่อกะลา”ถือเป็นผักพื้นบ้านของเกาะเกร็ด และเป็นพืชตระกูลเดียวกับข่ามีลักษณะเหมือนต้นข่าทั้งใบและลำต้น แต่จะมีขนาดเล็กกว่าชาวมอญบนเกาะเกร็ดใช้หน่อกะลามาประกอบอาหารเป็นเวลานานแล้วโดยจะนำต้นหน่อกะลามาปอกเปลือกออกเหลือแต่เนื้อใน จะนำมากินสดๆหรือจะต้มจิ้มน้ำพริกก็ได้ นำไปทำเป็นแกงส้มก็อร่อยรวมไปถึงทอดมันหน่อกะลาก็เป็นของกินขึ้นชื่อที่ใครกินแล้วก็บอกว่าอร่อยเป็นเสียงเดียวกัน

นอกจากนำมาประกอบอาหารได้อร่อยแล้วต้นหน่อกะลานั้นยังมีสรรพคุณทางยา โดยจะช่วยแก้อาการท้องอืด แน่นเฟ้อจุกเสียด และช่วยไล่ลมในร่างกายได้อีกด้วย

พูดเรื่องเงินแล้วเครียด มาดูข้อเท็จจริงน่าชวนหัวเหล่านี้ดีกว่า!

ธนบัตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือธนบัตร 100,000 เปโซ จากประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อฉลองเอกราชจากสเปนครบรอบ 100 ปี

ATM เครื่องแรก คิด ค้นโดย จอห์น เชพเพิร์ด บาร์รอน ติดตั้งให้ธนาคาร Barclay ในกรุงลอนดอนเมื่อปี 1967 ไม่มีบัตร ATM แต่ใช้รหัส PIN แทน และไม่เก็บค่าธรรมเนียมด้วยนะ

สรรพสิ่งนั้นไม่เที่ยง ธนบัตรทุกใบจะต้องเก่าลงเรื่อย ๆ แล้วยิ่งมูลค่าน้อยก็ยิ่งใช้บ่อย โดยธนบัตร 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะมีอายุขัยประมาณ 21 เดือน

พระพักตร์ควีนเอลิซาเบธ ปรากฏ อยู่บนธนบัตรของประเทศต่าง ๆ ถึง 33 ประเทศด้วยกัน เริ่มจากประเทศแคนาดา ซึ่งตีพิมพ์พระบรมฉายาลักษณ์ตั้งแต่ครั้งยังเป็นเจ้าหญิง อายุ 9 ชันษาเมื่อปี 1935

สกปรกสุด ๆ รายงาน จาก Southern Medical Journal เปิดเผยว่าพบเชื้อโรคในธนบัตรร้อยละ 94 และเกือบทั้งหมดมีเชื้อโรคมากกว่าห้องน้ำในบ้าน แถมไวรัสไข้หวัดใหญ่สามารถอยู่บนธนบัตรได้นานถึง 17 วัน…อย่างนี้ต้องฟอกด่วน!